บทที่ 6 รับคำท้า
วันนี้ผมนัดกับนาราไม่อยากพาเธอไปคอนโดเพราะมันเป็นที่ส่วนตัวผมไม่อยากให้ผู้หญิงที่ไม่ใช่ได้เข้าไป ผมเดินออกมาจากห้องพร้อมกับนาราเมื่อเสร็จภาระกิจกับเธอ แต่แล้วก็มีเรื่องทำให้ผมถึงกับอึ้งเมื่อผมเปิดประตูออกมาเจอแพตตี้อยู่ในโรงแรมของผม เธอเดินออกมาจากห้องพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งดูจากใบหน้าและท่าทางอายุน่ายังไม่เยอะมาก ผู้ชายคนนั้นมาดเหมือนอาเสี่ยหิ้วอีหนูหนีเมียมาหาความสุขข้างนอก แพตตี้เดินกอดเอวอย่างสนิทแนบชิดนั่นยิ่งทำให้ผมมั่นใจในสิ่งที่ผมเห็นกับตา และผมก็เพิ่งจะรู้ว่าเธอชอบผู้ชายแก่เป็นอาเสี่ยอย่างนี้ จากการแต่งตัวของแพตตี้ที่เต็มไปด้วยของแบรนด์เนมราคาอันแสนแพงทั้งตัวนั่นยิ่งบ่งบอกชัดว่าแพตตี้คงหนีไม่พ้นการเป็นเด็กเลี้ยงอย่างแน่นอน และดูท่าทางเสี่ยคนนั้นคงจะหลงแพตตี้มากถึงได้เปย์หนักขนาดนั้น สองคนนั้นเดินออกจากห้องพร้อมกันคงไม่ต้องสงสัยว่าทำอะไรกันมา แพตตี้ชอบสบประมาทผมดีนักงานนี้เห็นทีเธอคงแพ้ภัยผม ผมมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าผมลีลาเด็ดดวงมากกว่าแน่นอนถ้าเทียบกับเสี่ยที่เธอควงมาวันนี้ เพราะผมยังหนุ่มแน่นแข็งแรง มีความอึด ทน และที่แน่ๆผมร้อนแรงกว่าไม่ต้องคิดเยอะ คนปากดีอย่างแพตตี้ต้องเจอลีลาแบบผมถึงจะเหมาะสม ผมได้แต่คิดเสียดายความสวย ความสาว ความเซ็กซี่ไม่น่าไปเป็นเด็กเสี่ย
ผมไม่ได้ตั้งใจเดินตามเธอมาแต่รถของผมดันจอดอยู่บริเวณเดียวกันกับที่เธอกับเสี่ยนั่นเดินกอดเอวกระหนุงกระหนิงไปที่รถ จึงทำให้ผมได้เห็นอะไรดีๆ ไม่ผิดจากที่คิดไว้แพตตี้เป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยชัวร์
เราสองคนปะทะคารมกันสักพักก่อนที่จะแยกย้ายกันแพตตี้ท้าทายผมไว้ คนอย่างเสือดิวไม่เคยกลัวผู้หญิงหรือแพ้ให้ผู้หญิงคนไหนผมจึงรับคำท้าของเธออย่างรวดเร็วแทบไม่ต้องคิด และจะเป็นคนทำให้เธอสงบเสงี่ยมอยู่ภายใต้การควบคุมของผมได้อย่างแน่นอนและคนที่จะต้องเป็นฝ่ายหลงหัวปักหัวปำยังไงก็ต้องเป็นแพตตี้เป็นใครไปไม่ได้
"เห้ย! พวกมึง พวกเราไปกินข้าวเที่ยงที่คณะนิเทศกันไหมวะ กูอยากไปดูสาวนิเทศได้ยินข่าวลือหนาหูว่าน้องปีหนึ่งแต่ละคนนี่
ว๊าวมาก"
ผมชวนเพื่อนในกลุ่มไปเหล่สาวนิเทศ เผื่อจะได้เหยื่อใหม่ๆ
"เออกูเห็นด้วย น้องปีหนึ่งที่เข้ามาใหม่ของคณะนิเทศ กูได้ยินพวกผู้ชายลือกันให้แซดว่ามีน้องๆอยู่กลุ่มหนึ่งสวยแจ่มกันทุกคนจนได้ฉายา แก๊งนางฟ้า กูอยากไปเห็นกับตา ว่าจะแจ่มจริงเหมือนกับข่าวที่เขาพูดกันหรือเปล่า"
เสียงไอ้ตาต้าแทรกขึ้นทันที ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงมันก็เร็วพอๆกับผมนั่นแหละ
"ไม่ไป"
เสียงตอบห้วนๆสั้นๆแต่ได้ใจความของไอ้เตทำให้ผมกับไอ้ตาต้าคิ้วขมวดเข้าหากันไอ้นี่มันนิ่งและมันจะจำศีลไปถึงไหน ผมเริ่มอยากรู้ขึ้นมาแล้วสิว่าจะมีผู้หญิงคนไหนทลายกำแพงหินที่เย็นเยือกเหมือนน้ำแข็งของมันได้บ้าง ผมอยากจะเห็นไอ้เสือหน้านิ่งของกลุ่มตอนมันคลั่งรักว่ามันจะเป็นแบบไหน
"กูก็ไม่ไปขี้เกียจ"
ไอ้รุจก็ปฏิเสธเสียงแข็งขึ้นมาอีกคน มันสองคนคัดลอกดีเอ็นเอความนิ่งถ่ายทอดให้กันหรือยังไงกันนะ พวกมันสองคนไม่ยอมไปทำให้ผมกับไอ้ตาต้าผมต้องเดินหน้าเหี่ยวมากินข้าวที่โรงอาหารคณะตัวเองอย่างเซ็งๆ
"เซ็งพวกมึงจริงๆ ไม่อยากไปดูของสวยๆงามๆบ้างหรือไงวะ"
ผมเดินบ่นให้พวกมันฟัง แต่มันยังคงยังใช้ความนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไรออกมา ผมกับไอ้ตาต้าจึงเดินหนีมันสองคนไปหาโต๊ะว่าง เดินเข้ามามนโรงอาหารไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงดังเซ็งแช่ ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงของพวกผู้ชายในคณะผมพูดคุยกัน และยังพากันมองไปยังโต๊ะหนึ่งทำให้ผมต้องมองตามไปด้วยความอยากรู้ว่าผู้ชายคณะผมพากันพูดถึงใครถึงได้ดูตื่นเต้นผิดปกติ
"เชี่ย!!รุจ นั่นน้องนิชากับเพื่อนหรือเปล่าวะ น้องมันโคตรสวยเลยว่ะ มาอยู่นี่ได้ไงดูนั่นสิมากันทั้งแก๊งสวยขึ้นทุกคน"
ผมร้องเสียงดังด้วยความตื่นเต้นเรียกให้ได้รุจมันช่วยดูเพื่อความมั่นใจ ผมเห็นน้องนิชาคนที่ผมเคยชอบ และเคยขอเป็นแฟนมานั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคณะผม ในโต๊ะนั่นมีเพื่อนๆของนิชานั่งอยู่ด้วยซึ่งหนึ่งในนั้นมียัยตัวแสบมองเหยียดมาที่ผม ผมอยากเดินไปควักลูกตากลมๆของยัยนั่นออกมาจริงๆ ผมแทบไม่ได้มองนิชาคนที่ผมเคยชอบเพราะมัวแต่ฟาดฟันกันทางสายตากับยัยตัวแสบแพตตี้ที่จงใจจ้องเล่นงานผม ผมลอบสังเกตไอ้รุจรายนั้นก็มองน้องนิขาแทบไม่ละสายตาไปไหน และผมรู้ดีว่าเพื่อนของผมยังมีความรู้สึกดีกับน้อง นิชาเองก็มองมาที่ไอ้รุจยังคงเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความรักไม่เปลี่ยนไปเลย สายตาของสองคนนั้นทำให้ผมรู้ดีว่าพวกเขายังมีใจให้กันแน่ๆ แต่ไอ้รุจมันเป็นคนประเภทปากแข็ง ขี้เก๊ก ไม่ยอมพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปสักที
ผมละสายตาจากสองคนนั่นหันมามองยัยแพตตี้ตัวแสบ เธอแสยะยิ้มเยาะเย้ยใส่ผมมันน่าจับฟาดก้นเด้งๆให้สะใจและแดงกันไปข้าง เมื่อเธอคิดจะเปิดศึกรบทางสายตาผมเองก็จะไม่ยอมแพ้หลบตาไปก่อน
สำหรับเรื่องของนิชาผมคงหมดสิทธิ์แทรกกลาง ระหว่างเพื่อนผมแน่ๆ ผมคงทำได้แค่คอยเอาใจช่วยเพื่อนอยากรู้ว่ามันจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไง ไอ้รุจมันจะทำยังไงต่อกับเรื่องของน้องเดินหน้าหรือเดินถอยหลังออกมาเหมือนเดิม
"พวกมึงสามคนเดินไปนั่งก่อนเลย กูขอเข้าไปทักนิชาก่อน"
ผมไล่เพื่อนไปหาที่นั่งและอยากเห็นปฏิกิริยาของไอ้รุจว่ามันจะทำยังเมื่อผมพูดถึงนิชา มันรู้ดีว่าเมื่อก่อนผมคิดยังไงกับนิชา ผมอยากเห็นมันเดินหน้าเข้าไปหาน้อง สรุปมันยังคงนิ่งเหมือนเดิมเพราะนิสัยมันเป็นอย่างนี้ถึงไม่เข้าใจกันสักที
เมื่อเพื่อนของผมยังนิ่งผมจึงวางแผนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นที่มุมปากและเดินเข้าไปหาน้องๆกลุ่มนั้น
"น้องนิชาครับ จำพี่ได้รึเปล่า พี่ดิวครับเราเคยเรียนที่เดียวกันช่วงมัธยม"
ผมเดินตรงเข้าไปทักนิชาก่อนเพราะกลัวเธอจะจำผมไม่ได้ ผมพูดได้แค่นั้นเชื่อไหมครับยัยตัวแสบมองหน้าผมแล้วยิ้มเยาะ อยากรั้งใบหน้าสวยแสบๆนั่นมาใกล้ๆแล้วเอาปากผมประกบรอยยิ้มเยาะเย้ยนั่นจริงๆ อย่าเผลอแล้วกัน
"จำได้สิคะ ว่าแต่พี่ดิว เอ่อ... เรียนที่นี่กันใช่ไหมคะ ดีใจจังได้เจอกันอีก"
นิชาพูดเว้นจังหวะและผมรู้ว่าน้องกำลังจะเอ่ยชื่อใครออกมาแต่ไม่กล้า ผมเห็นสายตานิชากับเพื่อนผม กำลังมองสบประสานกันเพื่อนผมมันเป็นพวกปากหนัก
"พี่กับเพื่อนเรียนที่นี่ครับอยู่วิศวะปีสาม ว่าแต่นิชาก็เรียนที่นี่เหรอครับนิชาเรียนคณะไหนเอ่ยเผื่อพี่กับเพื่อนจะได้ไปช่วยเทคแคร์น้องโรงเรียนเดียวกันได้"
ผมพยายามสอบถามข้อมูลของนิชาเพื่อไปเล่าให้ไอ้รุจมันฟังคงอยากรู้ใจแทบขาดแต่วางมาดเก่งเหลือเกิน
"นิชาเรียนนิเทศค่ะ"
พอนิชาตอบคำถามผม ทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมวันนั้นถึงได้เห็นแพตตี้อยู่ในห้องน้ำนั่น ผมไม่รู้ว่าแพตตี้ได้เอาเรื่องของผมไปเล่าให้เพื่อนๆของเธอฟังหรือเปล่า ผมจึงแกล้งตีเนียนมานั่งลงข้างแพตตี้และแอบกระซิบถาม
"นี่เธอได้เอาเรื่องพี่ไปพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่า"
ผมก้มหน้ากระซิบถามข้างใบหูยิ่งได้อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกก็สัมผัสได้ถึงความหอมหวานกลิ่นยัยนี่ดีชะมัด ผมแอบสูดดมเข้าเต็มปอดใจจริงอยากเข้าไปคลุกวงในมากกว่าสูดดมกลิ่นหอมชวนลุ่มหลงนั่น
"แพตตี้ไม่อยากพูดเรื่องของพี่หรอกค่ะมันเสนียดปากยังไงไม่รู้ "
แพตตี้ยังคงปากดีเหมือนเดิม ปากแจ๋วๆเดี๋ยวเจอผมจับดูดปากล้างให้หายเสนียด
"ก็ดีเพราะถ้าเธอพูดเรื่องของพี่ในทางไม่ดี พี่ก็จะเอาเรื่องของเธอมาประจานเหมือนกันว่าเธอเป็นผู้หญิงหื่นที่ชอบนั่งฟังคนเอากัน ไม่รู้อยากจนแอบทำอะไรกับตัวเองให้หายอยากหรือเปล่า"
เมื่อเธอกวนผมก่อนผมก็กวนประสาทเธอกลับเช่นกัน
"ไอ้..."
ผมเอามือจุ๊ปากตัวเองเป็นการเตือนแพตตี้ว่าห้ามเสียงดัง แพตตี้โกรธหน้าดำหน้าแดงที่ทำอะไรไม่ได้ ผมยิ้มอย่างมีความสุข ผมกวนเธอได้อีกแล้วเวลาเธอหน้าโกรธแดงแพตตี้ยิ่งสวยโดดเด่นน่ามอง ผมชอบมองหน้าของเธอไม่รู้ทำไมถึงอยากมองอยู่อย่างนั้น อาจเพราะผมรับคำท้าของเธอมาหรือเปล่า หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะผมอยากเอาชนะเธอก็เป็นได้
"อย่านะครับตรงนี้คนเยอะเดี๋ยวเขาได้ยินกันหมด เก็บปากเงียบไว้เตรียมตัวเตรียมใจหลงใหลลีลาพี่จะดีกว่า"
ผมรู้สึกสนุกที่ได้กวนโมโหแพตตี้ เวลาเห็นเธอโกรธทำอะไรผมไม่ได้มันมีความสุขหรือผมเสพติดการยั่วโมโหเธอ ผมรู้สึกชอบเวลาที่ได้กวนและอยากหาเรื่องชวนทะเลาะเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ผมคงต้องบ้าแน่
"พี่ดิวคะ กันยาอยากขอเบอร์พวกพี่ๆไว้ได้ไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้ปรึกษากันได้"
เสียงของกันยาถามขึ้นมาทำให้ผมต้องหันกลับมาสนใจและให้เบอร์เพื่อนทุกคนไป แต่มันจะมีเพื่อนผมคนหนึ่งโลกส่วนตัวสูงไม่ชอบให้เบอร์ใคร ผมคิดเอาเองว่ากันยาคงไม่ได้เอาเบอร์ของไอ้เตไปทำอะไร เพราะท่าทางของกันยาก็ดูไม่ได้สนใจไอ้เตเพื่อนผมสักเท่าไหร่ เมื่อผมสืบข้อมูลของนิชากับเพื่อนจนเป็นที่พอใจผมจึงเดินกลับไปหาเพื่อนของผมที่โต๊ะ ไอ้รุจมันมองผมสลับกับมองไปทางนิชามันคงคิดว่าผมยังชอบนิชาอยู่แน่ๆ ผมได้แต่คิดถ้ามันเลิกเก๊กขรึมแล้วเข้าหาน้องป่านนี้มันคงสมหวังไปนานแล้ว แต่ผมไม่อยากยุ่งเรื่องของมันมากทำได้แค่หาข้อมูลให้ แล้วคอยกระตุ้นมันนิดหน่อย ถ้ามันเห็นว่ามีคนเข้าหาน้องเยอะมันคงจะอยู่นิ่งๆไม่ได้แล้ว
"กูไปถามน้องมา น้องกับเพื่อนเรียนคณะนิเทศ พวกน้องเขาก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นเราที่นี่"
แม้ว่าไอ้รุจมันจะไม่ถามแต่ผมรู้ว่ามันก็รอให้ผมเล่าให้ฟัง สายตาไอ้รุจยังจดจ้องไปที่นิชาทำให้ผมต้องมองตามไป และก็เห็นสายตาแพตตี้จ้องจับผิดในขณะมองผมเธอคงคิดว่าผมจะไปจีบเพื่อนเธออีกครั้ง ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วผมไม่หลงเหลือความรู้สึกนั้นอีกมีเพียงการอยากเอาชนะแพตตี้คนเดียวเท่านั้น และผมหมายหมั้นปั้นมือว่าต้องทำให้แพตตี้ติดใจลีลาของผมจนลืมเสี่ยคนนั้นไป แล้วหันมาร้องเรียกหาแต่พี่ดิวคนนี้ เราสองคนต่างจ้องตากันไม่กระพริบทำสงครามประสาทสาดใส่กัน ผมแพ้ไม่ได้เสือร้ายอย่างผมจะไม่ยอมถอดเขี้ยวให้ยัยตัวแสบเด็ดขาด
